
วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชน ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดระนอง นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง มอบหมายให้ นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เข้าร่วมให้กำลังใจและสนับสนุนข้อมูลการคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฯ โดยได้รับเกียรติจาก นางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่นระดับศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ตามโครงการเชิดชูเกียรติคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประจำปี 2569 พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการนี้ นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้เข้าร่วมพบปะและให้กำลังใจแก่คณะกรรมการ ผู้แทนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด ตลอดจนผู้แทนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและคณะทำงานที่เข้ารับการคัดเลือก พร้อมกล่าวชื่นชมการดำเนินงานของเครือข่ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดระนอง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพสตรี ส่งเสริมการสร้างอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
การคัดเลือกครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานของผู้เข้ารับการประเมินในประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย
- การนำเสนอผลการดำเนินงานของสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด
- การนำเสนอผลการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
ก่อนที่คณะกรรมการจะซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อยกระดับการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น
เวลา 14.00 น. คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านไร่ใน ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ เพื่อดำเนินการคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่นระดับศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน จำนวน 2 ประเภท ได้แก่
1. ประเภท คณะอนุกรรมการกลั่่นกรองและติดตามการดำเนินการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอสุขสำราญ
2. ประเภทกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กลุ่มซื่อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าฯ (กาแฟบ้านไร่ใน) โดยคณะกรรมการฯ ได้รับฟังแนวทางการบริหารจัดการและการสร้างรายได้ของสมาชิก ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในการส่งเสริมบทบาทของสตรีให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน